วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

พายุลูกเห็บตกกระหน่ำภาคเหนือ ตื่นตา! ถนนขาวโพลน

พายุลูกเห็บตกกระหน่ำภาคเหนือ ตื่นตา! ถนนขาวโพลน

พายุลูกเห็บตกกระหน่ำภาคเหนือ ตื่นตา! ถนนขาวโพลน (4 ก.พ.) คนเหนือหนีเข้าบ้านจ้าละหวั่น พายุลูกเห็บขนาดเท่าลูกมะนาว กระหน่ำตกในหลายพื้นที่ ตื่นตาท้องถนนขาวโพลน ชาวบ้านบอกไม่เคยเห็นแบบนี้มา 40 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (3 ก.พ.) เกิดเหตุสภาพอากาศแปรปรวน ทางภาคเหนือของประเทศไทย พายุฝนลมแรงและฝนตกหนัก ประกอบกับสภาพอากาศที่ยังคงหนาวเย็น ทำให้เกิดพายุลูกเห็บตกในหลายพื้นที่ ทั้งเชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน หรือ ลำปาง เป็นต้น
ตามรายงานระบุว่า หลายพื้นที่ทางภาคเหนือ เกิดพายุลูกเห็บตกอย่างหนัก ราวๆ 20 นาที ในเวลาประมาณ 17.30 - 18.00 น. และ 20.30 - 21.30 น. โดยลูกเห็บมีขนาดใหญ่เท่ากับลูกมะนาวหลังจากพายุลูกเห็บ สภาพอากาศก็เริ่มเปิดและเริ่มหนาวเย็นลงทันที ภายหลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ออกสำรวจความเสียหาย พบว่ามีบ้านเรือนประชาชนบางส่วนได้รับความเสียหายจากพายุลูกเห็บครั้งนี้
เช่นเดียวกัน ผู้คนในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ต่างพากันโพสต์และแชร์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีรายการพายุลูกเห็บตกในหลายพื้นที่ อาทิเช่น ดอยตุง จ.เชียงราย ซึ่งทำให้ท้องถนนขาวโพลนไปด้วยลูกเห็บ มีรถยนต์ ได้รับความเสียหายเล็กน้อย หรือ อำเภอเวียงแหง จ.เชียงใหม่ ชาวบ้านบอกว่าเป็นปรากฎการณ์ลูกเห็บตกและหยุดในเวลาอันรวดเร็ว และไม่เคยเกิดขึ้นมากว่า 40 ปีแล้ว
สำหรับลักษณะอากาศโดยทั่วไปในวันนี้ (4 ก.พ.) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า คลื่นกระแสลมตะวันตกยังคงปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและ ภาคกลางตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรงบางแห่ง และอุณหภูมิ จะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ในระยะ 1-2 วันนี้ไว้ด้วย
อนึ่ง ลมตะวันออกกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มี ทำให้มีฝนเป็นแห่งๆ โดยอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือ เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในระยะนี้

ที่มา  4 ก.พ. 56 06.58 น http://news.sanook.com/

 

วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556

สูตรคูณพาเพลิน

      เนื่องในการอบรมสายชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนอนุบาลสุพรรณบุรี จึงได้รวบรวมเพลงที่ใช้ประกอบการอบรม เรื่อง บูรณาการสานสัมพันธ์เธอและฉันเรียนร่วมกัน
สาระวิชาคณิตศาสตร์

 

ที่มา http://youtu.be/wxGjWoaEykc



สาระวิชาภาษาไทย




 

ที่มา  http://youtu.be/-J3j6JYsONY



 

 ที่มา http://youtu.be/R4VNY2pT3CY



 

 ที่มา http://www.youtube.com/watch?v=Yb92d0MBjXU


สาระวิชาภาษาไทย

 

 ที่มา  http://youtu.be/VNqAE4bGvrw








ที่มา http://youtu.be/e1jqueEial8




 
ที่มา  http://youtu.be/H_1GCK3WDRI



สาระวิชาสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม


 

ที่มา  http://youtu.be/iXO3lJgvrZU

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ไม่ได้ไปก็ขอเก็บโรงแรมนี้ไว้เป็นที่ระลึกและนอนฝันก็แล้วกันนะ

โรงแรมน้ำแข็ง

เชื่อว่าหลายคนคง ร้อนหูดับ” อยาก “เอาตับออกมาผึ่ง” ร้อนกันองศาน่าอึ้งขนาดนี้ อยากจะมีที่พักแจ่มๆ แบบความร้อนไม่ได้แอ้มแม้กระเบียดนิ้ว ที่กำลังเพ้อเจ้อเพราะเกิดไปเห็น โรงแรมน้ำแข็ง ของประเทศเพื่อนร่วมโลก ทุกส่วนได้รับการออกแบบให้เป็นน้ำแข็งทั้งหมด ตั้งแต่ห้องพัก อ่างอาบน้ำ ยันไปถึงจาน ชาม ถ้วย แก้ว อย่างนี้กินกาแฟร้อนจะได้มั้ยนะ
โรงแรมน้ำแข็ง สวีเดน
โรงแรมน้ำแข็ง สวีเดน
โซนปาร์ตี้ เต้นกันขาแข็งเลยดิงานนี้
โรงแรมน้ำแข็ง สวีเดน
โรงแรมน้ำแข็ง สวีเดน
น้ำแข็งไม่ต้อง Drink ช้า ระวังเป็นวุ้น
โรงแรมน้ำแข็ง สวีเดน
โรงแรมน้ำแข็ง
โรงแรมน้ำแข็ง สวีเดน
ยังจะมีแก่ใจอาบ อาบเสร็จเข้าไมโครเวฟ กดปุ่มละลายน้ำแข็งด้วยนะ
โรงแรมน้ำแข็ง สวีเดน
โรงแรมน้ำแข็ง สวีเดน
ถ้าส้อมหรือมีดเสียดสีกับน้ำแข็ง คงมีเสียวฟันกันบ้างล่ะ
โรงแรมน้ำแข็ง สวีเดน
โรงแรมน้ำแข็ง สวีเดน
โรงแรมน้ำแข็ง สวีเดน
โรงแรมน้ำแข็ง สวีเดน
—————————————————
โรงแรมน้ำแข็ง

สวนน้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อันดับ 6. Fallsview Indoor Waterpark
สวนน้ำฟอลส์วิว มีขนาดพื้นที่ 90,000 ตารางฟุต เปิด ให้บริการในปี ค.ศ. 2006 ตั้งอยู่บริเวณ น้ําตกไนแองการ่า มณฑลออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ประกอบด้วย wave pool ขนาดใหญ่ และ เครื่องเล่น water slide ความเร็วสูง ที่น่าสนใจอีกคือ หาดสไตล์จังเกิ้ล และร้านอาหารริมชายหาดจำลอง บางข้อมูลก็แจ้งพื้นที่ของ Fallsview Indoor Waterpark ไว้ที่ 125,000 ตารางฟุต ซึ่งขนาดพื้นที่นี้น่าจะรวมส่วนที่เป็นสวนน้ำภายนอกไว้ด้วย
สวนน้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก อันดับ 5. Kalahari Resorts, Wisconsin Dells
สวนน้ำในร่ม Kalahari Resorts ตั้งอยู่ที่ เมือง Wisconsin Dells มีขนาดพื้นที่ 125,000 ตารางฟุต เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2000 ด้วยธีมแอฟริกัน ประกอบด้วย ลู่แข่งโกคาร์ท สนามกอล์ฟ และ โบว์ลิ่ง
สวนน้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก อันดับ 4. Beijing National Aquatics Center
สวนน้ำแห่งชาติปักกิ่ง มีขนาดพื้นที่ 129,000 ตารางฟุต รู้จักกันดีในชื่อของ Water Cub สร้างขึ้นเพื่อเป็น สนามแข่งว่ายน้ำ โอลิมปิค ฤดูร้อน ในปี ค.ศ. 2008 หลังจากจบโอลิมปิค โครงสร้างอาคารครึ่งหนึ่งได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็น สวนน้ำ สุดอลังการ ประกอบด้วยเครื่องเล่นมากมาย อาทิ water slide, wave pool, และ สปา >> อ่านต่อ
สวนน้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก อันดับ 3. Kalahari Resorts, Sandusky
สวนน้ำ Kalahari Resorts อีกแห่งใน Sandusky มีขนาดพื้นที่ 173,000 ตารางฟุต ถือเป็น สวนน้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา ติดตั้งระบบหลังคาที่ให้แสงธรรมชาติมากที่สุด เหมาะกับคนที่รักการอาบแดด ประกอบด้วย wave pool, โปรแกรมจำลองการเล่นกระดานโต้คลื่น สระบาสเก็ตบอล และนานาเครื่องเล่นขี่ผาดโผน อาทิ Tanzanian Twister, Rippling Rhino และ Swahili Swirl
สวนน้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก อันดับ 2. World Waterpark
สวนน้ำในร่ม World Waterpark มีขนาดพื้นที่ 225,000 ตารางฟุต ตั้งอยู่ที่ เมือง Edmonton ประเทศแคนาดา เป็นส่วนหนึ่งของห้าง West Edmonton หนึ่งในห้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ เวิลด์ วอเตอร์ปาร์ค ถือเป็น สวนน้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ สามารถจุนักท่องเที่ยวได้ถึง 40,000 คน ประกอบด้วย wave pool ที่ให้คลื่นสูงประมาณ 5-6 ฟุต water slide ที่สูงสุดของ สวนน้ำ แห่งนี้ คือ Twister และ Cyclone ซึ่งสูงถึง 25 เมตร หรือราว 83 ฟุต
สวนน้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก อันดับ 1. Tropical Islands Resort
สวนน้ำในร่ม Tropical Islands Resort มีขนาดพื้นที่ถึง 710,000 ตารางฟุต ตั้งอยู่ที่ เมือง Krausnick ประเทศเยอรมัน เป็น สวนน้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก โครงสร้างเดิม คือ Aerium โรงเก็บเครื่องบิน ที่มีความสูง 107 เมตร หรือราว 351 ฟุต โดยปราศจากเสาค้ำยันภายใน ปัจจุบันกลายเป็น ทรอปิคอล ไอซ์แลนด์ส รีสอร์ท สวนน้ำ สุดมหึมา ซึ่งจำลองบรรยากาศให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุด ด้วยการสร้างสิ่งสังเคราะห์ อาทิ ป่าดิบชื้น ชายหาด แสงอาทิตย์ ต้นปาล์ม กล้วยไม้ และเสียงนกร้อง
ข้อมูล : www.touropia.com เรียบเรียง : travel.mthai.com

10 อันดับ สถานที่ไม่ควรไปเยือน

สถานที่ไม่ควรไปเยือน อันดับ 10. Centralia, Pennsylvania
10 สถานที่ไม่ควรไปเยือน
เมืองเซ็นทราเลีย แห่ง เพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา เมืองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินจนสร้างความรุ่งเรืองมาก ในครั้งอดีต แต่กลับถูกทำลายด้วยไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1962 โดยต้นเพลิงนั้นเกิดจากการจุดไฟเผาขยะทิ้งไว้ในบ่อเหมือง จึงเกิดการไหม้ลุกลามขยายวงกว้างกินพื้นที่ใต้ดินของอาคารบ้านเรือนอย่างรวด เร็ว แม้จะสูญเสีญค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาลเพื่อดับไฟ แต่ก็ไม่เป็นผล ทุกวันนี้ไฟยังครุกรุ่นนานนับ 40 ปี ทำให้ประชากรรอบด้านได้รับสารพิษจากคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งปนเปื้อนอยู่ใน อากาศ รวมถึงการเกิดดินยุบเป็นหลุมลึก ทางการจึงประกาศห้ามใช้ตึกทุกหลังในเมืองเซ็นทราเลีย และยกเลิกรหัสไปรษณีย์ ผู้คนเริ่มอพยพย้ายถิ่นฐาน จนปัจุบันหลงเหลือประชากรแทบนับจำนวนคนได้
สถานที่ไม่ควรไปเยือน อันดับ 9. Dallol
ดาลลอล สถานที่ไม่ควรไปเยือน
ภูเขาไฟดาลลอล สูง 50 เมตร จากระดับน้ำทะเล อยู่ทางตอนเหนือของเอธิโอเปีย อุณหภูมิในบริเวณนี้มีความร้อนสูงจนไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย เป็นหนึ่งในสถานที่ที่อยู่ห่างไกลที่สุดในโลก ทั้งยังอยู่ใกล้ชายแดนที่มีความขัดแย้ง นักท่องเที่ยวที่อยากจะลองไปเหยียบ ดาลลอล ต้องอาศัยยานพาหนะติดอาวุธ เพราะอาจถูกทำร้ายจากกองโจรได้!
สถานที่ไม่ควรไปเยือน อันดับ 8. Hanford Site
 แฮนฟอร์ด อดีตชุมชนเกษตรกรรมขนาดเล็กทางตอนใต้ของวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนหนึ่งของโครงการแมนฮัตตัน ในการผลิตพลูโตเนียมเพื่อใช้ในโรงงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในสมัยสงคราม โลกครั้งที่ 2 และเนื่องจากปริมาณพลูโตเนียมมากเกินไป จึงทำให้เกิดกัมตภาพรังสีจำนวนมาก จนไม่สามารถกำจัดได้หมด แฮนฟอร์ด จึงกลายเป็นพื้นที่เจือปนกากกัมตภาพรังสี ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งได้รับสารพิษและสารก่อมะเร็ง!
สถานที่ไม่ควรไปเยือน อันดับ 7. Dzerzhinsk
เมืองเดอร์ซินสค์ เแห่ง รัสเซีย ตั้งอยู่บนแม่น้ำ Oka ทางตะวันออกของกรุงมอสโก ในปี 1941 ก่อนสงครามเย็น เมืองเดอร์ซินสค์ ถือเป็นแหล่งผลิตอาวุธเคมีชั้นนำของประเทศ รวมทั้งอินทรีย์เคมีอื่นๆ แม้ภายหลังจะมีการหยุดผลิตสารพิษนี้ลง โดยการฝังดินหรือทิ้งลงแม่น้ำ แต่ก็ไม่สามารถกำจัดสารพิษได้หมดไป ส่งผลให้มีสารตกค้างจนถึงปัจจุบัน ประชากรมีอันล้มป่วยล้มตาย เมืองนี้จึงเป็นศูนย์กลางผลิตสารเคมีที่มีระดับมลภาวะร้ายแรงที่สุดในโลก แห่งหนึ่ง
สถานที่ไม่ควรไปเยือน อันดับ 6. Dharavi
Dharavi สลัมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตั้งอยู่ที่ เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย เป็นแหล่งเครื่องปั้นดินเผาและอุตสาหกรรมสิ่งทอ แต่รกเลอะเทอะด้วยสาเหตุของความแออัดจากปริมาณผู้คนที่แห่แหนเข้ามาหางานทำ ในเมืองหลวง และเพราะค่าครองชีพในมุมไบสูงมาก สลัมจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะค่าเช่าเพียง 185 รูปี หรือ 4 เหรียญสหรัฐ ต่อเดือนเท่านั้น ส่งผลให้บริเวณนี้มีประชากรเกินกว่า 1 ล้านคน จึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองเต็มไปด้วยปัสสาวะและสิ่งปฏิกูล โรคระบาดทวีคูณแหงมๆ
สถานที่ไม่ควรไปเยือน อันดับ 5. Linfen
เมืองหลินเฟิน แห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน มีประชากรกว่า 4.2 ล้านคน ขึ้นชื่อว่าเป็น เมืองที่สกปรกที่สุดในโลก มลพิษปกคลุมอยู่ทุกแห่งไม่ต่างจากหมอกควัน สาเหตุมาจากการเผาไหม้ของถ่านหินโรงงานไฟฟ้า และโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีไม่ได้มาตรฐานตามกฎหมาย แม้จะมีการปราบปราม แต่ปัจจุบัน เมืองหลินเฟิน ก็ยังคงเต็มไปด้วยสารตะกั่วและ โลหะหนัก ชาวจีนในถิ่นนี้ต้องสวมหน้ากากลดการสูดดมตลอดวัน มิหนำซ้ำบางวันสารพิษปกคลุมจัดจนมองไม่เห็นมือตัวเอง!
สถานที่ไม่ควรไปเยือน อันดับ 4. Room 39
Room 39 สถานที่ไม่ควรไปเยือน
Room 39 หรือ ห้องหมายเลข 39 ชื่อของสำนักงานหรือหน่วยงานลับ ก่อตั้งขึ้นในปี 1970 ซึ่งที่ทำการน่าจะอยู่ที่ เปียงยาง เกาหลีเหนือ อย่างที่ทราบกันว่า เกาหลีเหนือ เป็นประเทศสันโดษ แร้นแค้น ประชากรอดอยาก ไม่เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ ทำให้ท่านผู้นำไม่สามารถหาเงินหรือใช้เงินได้สะดวก หน่วยงานลับ ห้องหมายเลข 39 จึง สร้างขึ้นมาเพื่อการรักษาเงินและเพิ่มเงินในกระเป๋าของท่านผู้นำคิม จอง อิล ซึ่งจะทำหน้าที่ฟอกเงิน ตั้งกองทุนปลอม ปลอมแปลงเงิน ทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย และสร้างอาวุธนิวเคลียร์ ฟังแล้วเพลียขนาดนี้ จึงขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน สถานที่อันตรายที่สุดในโลก
สถานที่ไม่ควรไปเยือน อันดับ 3. Mogadishu
Mogadishu เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน โซมาเลีย ประเทศ ในแถบแอฟริกาตะวันออก อยู่ติดกับชายฝั่งทะเลในมหาสมุทรอินเดีย เป็นเมืองท่าสำคัญมานานหลายศตวรรษ แต่ในปี 1990 เมืองแห่งนี้ได้กลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน เนื่องจากกองกำลังกบฏยึดครองเมือง ส่งผลให้บ้านเมืองไร้กฎหมาย ประชากรอดอยาก ถนนหลายสายชำรุด บ้านเมืองถูกทำลาย มากมายด้วยกองโจร และเหตุการณ์ระเบิดฆ่าตัวตาย นักท่องเที่ยวที่คิดจะมาเยือน โซมาเลีย ไม่ควรเฉียดเมืองนี้ หรือเปลี่ยนที่หมายไปประเทศอื่นจะปลอดภัยกว่า!
สถานที่ไม่ควรไปเยือน อันดับ 2. City Soleil
City Soleil แห่ง เฮติ มีประชากรกว่า 200,000 – 300,000 คนอาศัยในพื้นที่แห่งนี้ ถือเป็น สถานที่แออัดที่สุดและอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ไม่ มีระบบระบายน้ำ ไม่มีร้านค้า ไฟฟ้า หรือ ตำรวจ ประชาชนอดอยาก ว่างงาน ไม่รู้หนังสือ แย่ไปกว่านั้นยังมีแก๊งติดอาวุธครองเมือง ซึ่งเจ้าหน้าที่สหประชาชาติก็ไม่สามารถควบคุมพื้นที่และแก้ปัญหาได้ ทั้งยังเคยเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของเฮติ ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตถึง 230,000 คน และกว่าหนึ่งล้านคนไม่มีที่อยู่อาศัย และสลัมแห่งนี้ยิ่งทวีความเลวร้ายยิ่งขึ้นจากอาชญากรรม โรคร้าย ผู้คนส่วนใหญ่มีชีวิตอยู่รอดถึงอายุเพียง 50 ปี เท่านั้น!
สถานที่ไม่ควรไปเยือน อันดับ 1. Orangi Town
เมือง Orangi เป็นที่อยู่อาศัยของผู้อพยพในตะวันตกเฉียงเหนือของ การาจี ประเทศปากีสถาน มีประชากรประมาณ 2.5 ล้านคน เป็นมุสลิมกับชนกลุ่มน้อยหลากหลายวัฒนธรรม จึงเป็นเหตุให้ประสบปัญหาความขัดแย้งทางเชื้อชาติ แม้จะมีการรณรงค์ให้ความรู้ แต่ความรุนแรงระหว่างชาวปากีสและอัฟกัน ทำให้เกิดการอพยพ ธุรกิจต่างๆ ต้องปิดตัวลง ถนนถูกทิ้งร้าง ผู้คนอาศัยอยู่ท่ามกลางความรุนแรง การข่มขืน เหตุระเบิดฆ่าตัวตาย การลักพาตัว และการลอบสังหาร จนกลายเป็นเหตุการณ์ปกติของเมืองนี้ Orangi จึงได้ชื่อว่าเป็น สถานที่อันตรายที่สุดในโลก
ข้อมูล : toptenthailand เรียบเรียง : travel.mthai.com

โรงแรมลอยน้ำ มหัศจรรย์ทิวทัศน์อะเมซอน

โรงแรมลอยน้ำ มีขนาดยาว 147 ฟุต (45 เมตร) ประกอบด้วยห้องพัก 16 ห้อง บรรจุผู้โดยสารและลูกเรือได้ทั้งหมด 32 คน ภายในบรรยากาศอบอุ่น เน้นสีเอิร์ธโทน ให้นักท่องเที่ยวได้ พักผ่อนพร้อมสัมผัสทิวทัศน์น่านน้ำอะเมซอนได้อย่างเต็มตาผ่านผนังกระจกใสใน ห้องส่วนตัว หรือจะเลือกชิลล์รับลมบริเวณระเบียงชั้นบนสุดของ โรงแรมลอยน้ำ
โรงแรมลอยน้ำ
จุดขายที่สำคัญของ โรงแรมลอยน้ำ น่าจะอยู่ที่การล่องแม่น้ำอะเมซอน เพราะถือเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดในการได้เห็น อนาคอนด้า งูที่ใหญ่ที่สุดในโลก !!?? หรือถ้าโชคดีก็อาจได้เจอ โลมาสีชมพู ดำผุดดำว่าย เสือจากัวร์ดำ ผจญภัยในป่ากว้าง ทิวทัศน์ซึ่งยากจะหาชมได้ที่ไหน
เมื่อละสายตาจากวิถีแห่งอะเมซอน โรงแรมลอยน้ำ ก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้เพลิดเพลิน เช่น นอนแช่อ่างจากุซซี่ เสียเหงื่อเล่นกีฬาในยิม ชิมอาหารฝีมือตัวเอง ด้วยอุปกรณ์ครัวที่จัดสรรไว้ให้แก้เบื่อ ด้วยโปรแกรมล่องแม่น้ำ 3 คืน 4 คืน หรือ 7 คืน บนเส้นทางสำรวจ เขตอนุรักษ์ Pacaya Samiria ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในน่านน้ำ อะเมซอน
โรงแรมลอยน้ำ ล่องแม่น้ำอะเมซอน แห่ง เปรู
แน่นอนว่าทริปแห่งประสบการณ์หาดูยาก บน โรงแรมลอยน้ำ สุด หรู ราคาย่อมไม่ละมุนหูสำหรับบางคนเป็นแน่ ได้ยินแล้วอาจยอมแพ้ นอนแพ ล่องแม่น้ำกาญจนบุรี อาจจะเข้าทีกว่า เพราะค่าใช้จ่ายต่อสองคน สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 170,000 บาท ต่อ 3 คืน !!
ข้อมูล : www.gizmag.com เรียบเรียง : travel.mthai.com

วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2555